HAPPINOMETER คืออะไร
เครื่องมือวัดคุณภาพชีวิตและความสุขของคนทำงานในองค์กร ที่ช่วยให้ทั้งคนทำงานและผู้บริหารมองเห็นความสุขเป็นตัวเลข เพื่อดูแลและพัฒนากันได้อย่างตรงจุด พัฒนาโดยศูนย์วิจัยความสุขคนทำงานแห่งประเทศไทย สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล
1ที่มาและความสำคัญ
ศูนย์วิจัยความสุขคนทำงานแห่งประเทศไทย (Thailand Centre for Happy Worker Studies: TCHS) สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล ภายใต้การสนับสนุนจากสำนักสนับสนุนสุขภาวะองค์กร สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ได้วิจัย พัฒนา และติดตามประเมินผล เพื่อสร้างเสริมคุณภาพชีวิตและความสุขของคนทำงานในประเทศไทยมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2550
ผลงานสำคัญคือเครื่องมือ HAPPINOMETER ซึ่งใช้ประเมินและติดตามคุณภาพชีวิตและความสุขของคนทำงาน ทั้งในองค์กรภาครัฐและภาคเอกชน รายงานผลเป็นคะแนนความสุขภาพรวมและรายมิติ ตามแนวคิด ความสุข 8 ประการ หรือ HAPPY 8+ได้แก่ สุขภาพกายดี ผ่อนคลายดี น้ำใจดี จิตวิญญาณดี ครอบครัวดี สังคมดี ใฝ่รู้ดี สุขภาพเงินดี และการงานดี อีกทั้งยังครอบคลุมความพึงพอใจในการทำงาน ความผูกพันต่อองค์กร และสมดุลชีวิตกับการทำงาน
คนทำงานคือทรัพยากรสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศ เมื่อคนทำงานมีคุณภาพชีวิตที่ดี มีความสุข พึงพอใจในงาน และผูกพันกับองค์กร ย่อมช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการทำงานให้ดียิ่งขึ้น
HAPPINOMETER ได้รับการยอมรับจากผู้บริหารและฝ่ายทรัพยากรบุคคลของสถานประกอบการทุกขนาด ในหลากหลายอุตสาหกรรม และตั้งแต่ปี 2560 ได้ใช้สำรวจความสุขของคนทำงานในองค์กรระดับประเทศอย่างต่อเนื่อง ผลที่ได้จึงเป็นค่าอ้างอิงให้องค์กรต่าง ๆ เทียบเคียงสถานการณ์ความสุขของคนทำงานของตนกับภาพรวมของประเทศ
การดูแลความสุขของคนทำงานเป็นเรื่องท้าทายและไม่หยุดนิ่ง ทั้งวิถีชีวิต เศรษฐกิจ สังคม การเมือง สิ่งแวดล้อม รวมถึงการแพร่ระบาดของโควิด 19 ตั้งแต่ต้นปี 2563 ล้วนส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของคนทำงาน ในปี 2564 ภายใต้ “โครงการศึกษาวิจัยนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาวะองค์กรเพื่อนำไปสู่องค์กรสุขภาวะและความยั่งยืน” จึงได้สำรวจคุณภาพชีวิต ความสุข และความผูกพันองค์กรของคนทำงานระดับประเทศด้วยเครื่องมือ HAPPINOMETER อีกครั้ง
2วัตถุประสงค์การสำรวจ
เพื่อประเมินสถานการณ์คุณภาพชีวิต ความสุข ความพึงพอใจในการทำงาน และความผูกพันต่อองค์กรของคนทำงาน (ในองค์กร) ระดับประเทศ ครอบคลุมคนทำงานทั้งในภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ และภาคเอกชน ในทุกประเภทอุตสาหกรรม และทุกขนาดขององค์กร ทั้งขนาดเล็ก ขนาดกลาง และขนาดใหญ่
3ระเบียบวิธีการสำรวจ
3.1กลุ่มเป้าหมายของการสำรวจ
กลุ่มเป้าหมายคือคนทำงาน (ลูกจ้างหรือพนักงาน) อายุ 18 ปีขึ้นไป ในองค์กรหรือสถานประกอบการในประเทศไทย ไม่รวมคนทำงานภาคเกษตรกรรมและป่าไม้ การทำเหมือง การจ้างงานในครัวเรือน ผู้ประกอบอาชีพส่วนตัว และเจ้าของกิจการ เพื่อให้ข้อมูลเป็นตัวแทนความสุขของคนทำงานทั้งระดับประเทศและระดับอุตสาหกรรม การสำรวจครอบคลุม 17 ประเภทอุตสาหกรรม ตามมาตรฐานอุตสาหกรรมประเทศไทย (TSIC)
- Cการผลิต
- Dไฟฟ้า ก๊าซ ไอน้ำ และระบบปรับอากาศ
- Eการจัดหาน้ำ การจัดการและบำบัดน้ำเสีย ของเสีย
- Fการก่อสร้าง
- Gการขายส่ง ขายปลีก และซ่อมยานยนต์
- Hการขนส่งและสถานที่เก็บสินค้า
- Iที่พักแรมและบริการด้านอาหาร
- Jข้อมูลข่าวสารและการสื่อสาร
- Kกิจกรรมทางการเงินและการประกันภัย
- Lกิจกรรมอสังหาริมทรัพย์
- Mกิจกรรมทางวิชาชีพ วิทยาศาสตร์ และเทคนิค
- Nการบริหารและการบริการสนับสนุน
- Oการบริหารราชการ การป้องกันประเทศ และการประกันสังคม
- Pการศึกษา
- Qสุขภาพและงานสังคมสงเคราะห์
- Rศิลปะ ความบันเทิง และนันทนาการ
- Sกิจกรรมบริการด้านอื่น ๆ
3.2การสุ่มเลือกตัวอย่าง
ใช้การสุ่มตัวอย่าง 2 ขั้น ได้รับคำปรึกษาจากสำนักงานสถิติแห่งชาติ โดยใช้กรอบการสุ่มจากฐานข้อมูลสำมะโนอุตสาหกรรม พ.ศ. 2560 และฐานข้อมูลนิติบุคคลของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์
จำนวนคนทำงานที่สุ่มในแต่ละองค์กรพิจารณาตามขนาดองค์กร โดยฝ่ายทรัพยากรบุคคลช่วยกระจายให้ครอบคลุมคนทำงานกลุ่มต่าง ๆ
| ขนาดองค์กร | จำนวนคนทำงาน | ตัวอย่างต่อองค์กร |
|---|---|---|
| ขนาดเล็ก | 1–50 คน | 15–30 คน |
| ขนาดกลาง | 51–200 คน | 60 คน |
| ขนาดใหญ่ | 201–1,000 คน | 100 คน |
| ขนาดใหญ่มาก | 1,001 คนขึ้นไป | 120 คน |
3.3เครื่องมือ “HAPPINOMETER”
แบบสอบถามประกอบด้วย 13 ส่วน หัวใจสำคัญคือส่วนที่ 3–11 ซึ่งวัดคุณภาพชีวิตและความสุขของคนทำงานใน 9 มิติ รวม 54 ข้อคำถาม ตอบได้ทั้งแบบกระดาษและแบบออนไลน์
- ส่วนที่ 1ข้อมูลทั่วไปขององค์กร4 ข้อ
ชื่อและที่ตั้ง ประเภท ขนาด และลักษณะของหน่วยงาน (สำนักงานใหญ่ สาขา กรม/กอง หรือไซต์งาน)
- ส่วนที่ 2ข้อมูลทั่วไปของคนทำงาน16 ข้อ
เพศ อายุ ภูมิลำเนา การศึกษา สถานภาพสมรส ลักษณะงาน ตำแหน่ง อายุงาน และรายได้ต่อเดือน
- ส่วนที่ 3–11ความสุข 9 มิติ54 ข้อ
หัวใจของเครื่องมือ ใช้คำนวณคะแนนความสุขภาพรวมและรายมิติ 0–100 คะแนน
- ส่วนที่ 12ความผูกพันองค์กร9 ข้อ
วัดจาก 3 องค์ประกอบ ได้แก่ Say การพูดถึงองค์กรในทางบวก · Stay ความต้องการอยู่กับองค์กรต่อไปแม้มีโอกาสใหม่ · Strive ความเต็มใจทุ่มเทเพื่อความสำเร็จขององค์กร
- ส่วนที่ 13สมดุลชีวิตกับการทำงาน5 ข้อ
จำนวนวันและชั่วโมงทำงาน ชั่วโมงพักผ่อน ความยืดหยุ่นในการทำงาน และการทำงานตรงตามวุฒิการศึกษา
ความสุข 9 มิติ (HAPPY 8+)
สุขภาพกายดี
Happy Body6 ข้อการที่บุคคลมีสุขภาพร่างกายแข็งแรง สมส่วน มีพฤติกรรมการบริโภคที่ปลอดภัย และพึงพอใจกับสุขภาพกายของตนเอง วัดจากค่า BMI และเส้นรอบเอว การรับประทานอาหารเช้า การออกกำลังกาย การสูบบุหรี่ และการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
ผ่อนคลายดี
Happy Relax5 ข้อการบริหารเวลาในแต่ละวันเพื่อพักผ่อนได้อย่างมีคุณภาพ พอใจกับการจัดการปัญหาของตนเอง และทำชีวิตให้ง่าย สบาย ๆ วัดจากการพักผ่อนที่เพียงพอ กิจกรรมผ่อนคลายในรอบสัปดาห์ ความเครียด และความสามารถในการจัดการปัญหา
น้ำใจดี
Happy Heart5 ข้อการมีจิตสาธารณะ มีเมตตาต่อคนรอบข้าง และมีส่วนร่วมสร้างประโยชน์ให้ส่วนรวม ทั้งการเอื้ออาทร การช่วยเหลือผู้อื่น และการทำประโยชน์เพื่อสังคมด้วยความเต็มใจ
จิตวิญญาณดี
Happy Soul5 ข้อการตระหนักถึงคุณธรรมและศีลธรรม รู้แพ้รู้ชนะ รู้จักให้ และมีความกตัญญูรู้คุณ ทั้งการปฏิบัติตามหลักศาสนาเพื่อให้จิตใจสงบ การให้อภัย และการยอมรับผิดในสิ่งที่ทำ
ครอบครัวดี
Happy Family3 ข้อความรู้สึกผูกพัน เชื่อใจ มั่นใจ และอุ่นใจกับคนในครอบครัว วัดจากเวลาที่ได้อยู่กับครอบครัวอย่างเพียงพอ การทำกิจกรรมร่วมกัน และความสุขกับครอบครัว
สังคมดี
Happy Society6 ข้อความสัมพันธ์ที่ดีกับเพื่อนบ้าน ไม่ทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน ไม่เอาเปรียบผู้คนรอบข้าง รู้สึกปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน และขอความช่วยเหลือจากคนในชุมชนได้เมื่อมีปัญหา
ใฝ่รู้ดี
Happy Brain3 ข้อความตื่นตัวและกระตือรือร้นในการเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ เพื่อปรับตัวให้ทันการเปลี่ยนแปลง ทั้งการแสวงหาความรู้ การพัฒนาตนเอง และโอกาสในการอบรม ศึกษาต่อ หรือดูงาน
สุขภาพเงินดี
Happy Money4 ข้อการมีวินัยในการใช้จ่ายเงิน บริหารจัดการรายรับ รายจ่าย และการออมในแต่ละเดือนได้ วัดจากภาระหนี้สิน การผ่อนชำระตรงเวลา เงินเก็บออม และความเพียงพอของรายได้
การงานดี
Happy Work Life17 ข้อความสบายใจในที่ทำงาน ความรัก ความผูกพัน และความภาคภูมิใจในองค์กร ความมั่นคงในอาชีพ และความพึงพอใจกับความก้าวหน้า ครอบคลุมงานที่ท้าทาย โอกาสเติบโต ค่าตอบแทนที่เป็นธรรม สวัสดิการ สภาพแวดล้อม และความสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงานเหมือนพี่น้อง
การแปลผลคะแนนความสุข
คะแนนความสุขภาพรวมและรายมิติมีค่า 0–100 คะแนน แปลผลได้ 4 ระดับ
จุดบนแถบคือค่าเฉลี่ยความสุขคนทำงานไทยปี 2564 = 61.3 คะแนน
- Very Happy75.00–100 คะแนน
อยู่ในขั้นเกินเป้าหมาย ผู้บริหารควรพัฒนาสนับสนุนต่อไปและยกย่องเป็นแบบอย่าง
- Happy50.00–74.99 คะแนน
อยู่ในขั้นตามเป้าหมาย ผู้บริหารควรให้การพัฒนาสนับสนุนต่อไป
- Unhappy25.00–49.99 คะแนน
อยู่ในขั้นต่ำกว่าเป้าหมาย ผู้บริหารต้องพัฒนาสนับสนุนอย่างจริงจัง
- Very Unhappy0.00–24.99 คะแนน
อยู่ในขั้นต่ำกว่าเป้าหมายมากที่สุด ผู้บริหารต้องพัฒนาสนับสนุนทันที
3.4กระบวนการสำรวจ
ก่อนลงพื้นที่ พนักงานเก็บข้อมูลทุกคนได้รับการอบรมเรื่องวัตถุประสงค์ของโครงการ แบบสำรวจ และขั้นตอนการประสานงานกับองค์กร จากนั้นจึงดำเนินการดังนี้
- ติดต่อฝ่ายทรัพยากรบุคคลขององค์กรที่ได้รับการสุ่ม ชี้แจงรายละเอียด และส่งหนังสือขอความอนุเคราะห์พร้อมตัวอย่างผลวิเคราะห์ที่องค์กรจะได้รับ
- ส่งแบบสำรวจแบบกระดาษทางไปรษณีย์ หรือส่งรหัสและลิงก์สำหรับตอบออนไลน์ให้องค์กรที่เลือกช่องทางออนไลน์
- คนทำงานตอบแบบสำรวจภายในราว 2–4 สัปดาห์ โดยทีมงานติดตามความคืบหน้าเป็นระยะ
- เมื่อได้จำนวนผู้ตอบครบตามเป้าหมาย จึงแจ้งปิดการสำรวจขององค์กรนั้น
- คณะนักวิจัยบรรณาธิกรณ์ จัดการ และวิเคราะห์ข้อมูล แล้วส่งผลการสำรวจพร้อมข้อมูลดิบคืนให้แต่ละองค์กร พร้อมของที่ระลึกและประกาศนียบัตร
3.5ผลการดำเนินงานและการถ่วงน้ำหนักข้อมูล
การเก็บข้อมูลกำหนดไว้ระหว่างเดือนตุลาคม–ธันวาคม 2564 แต่ด้วยสถานการณ์โควิด 19 จึงขยายเวลาถึงเดือนมกราคม–มีนาคม 2565 มีองค์กรเข้าร่วม 365 องค์กร คนทำงานตอบแบบสำรวจ 22,296 คน และตอบครบสมบูรณ์ทุกส่วน 20,980 ชุดกระจายอยู่ในทั้ง 17 ประเภทอุตสาหกรรม
เพื่อให้ผลเป็นตัวแทนของคนทำงานในองค์กรระดับประเทศ ข้อมูลได้รับการถ่วงน้ำหนัก 2 ขั้น คือ Base Weight ตามประเภทอุตสาหกรรมและขนาดองค์กร และ Adjusted Weight ตามจำนวนตัวอย่างที่เก็บได้จริง ผลสำรวจจึงสะท้อนคนทำงานในองค์กรราว 7.08 ล้านคนทั่วประเทศ
4ผลสำรวจภาพรวม ปี 2564
ทั้งมิติที่สูงและต่ำที่สุดยังอยู่ในระดับ Happy หรือ “ระดับความสุขตามเป้าหมาย” คณะวิจัยหวังว่าผลสำรวจนี้จะเป็นตัวชี้วัดสำหรับจัดทำแผนยุทธศาสตร์ชาติ ด้านทรัพยากรมนุษย์ เป็นข้อมูลเบื้องต้นให้หน่วยงานต่าง ๆ วางแผนพัฒนาองค์กร และเป็นค่าเทียบเคียงความสุขคนทำงานระดับประเทศ อันจะนำไปสู่การพัฒนาสุขภาวะองค์กรอย่างยั่งยืน
?คำถามที่พบบ่อย
HAPPINOMETER คืออะไร?
HAPPINOMETER หรือ “ปรอทวัดความสุข” คือเครื่องมือประเมินคุณภาพชีวิตและความสุขของคนทำงานในองค์กร พัฒนาโดยศูนย์วิจัยความสุขคนทำงานแห่งประเทศไทย (TCHS) สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล ภายใต้การสนับสนุนของ สสส. ใช้ได้ทั้งในองค์กรภาครัฐและภาคเอกชน
HAPPINOMETER วัดความสุขกี่มิติ?
วัด 9 มิติตามแนวคิด HAPPY 8+ ได้แก่ สุขภาพกายดี ผ่อนคลายดี น้ำใจดี จิตวิญญาณดี ครอบครัวดี สังคมดี ใฝ่รู้ดี สุขภาพเงินดี และการงานดี รวม 54 ข้อคำถาม นอกจากนี้ยังวัดความพึงพอใจในการทำงาน ความผูกพันองค์กร และสมดุลชีวิตกับการทำงาน
คะแนนความสุขแปลผลอย่างไร?
คะแนนมีค่า 0–100 แบ่งเป็น 4 ระดับ คือ Very Unhappy (0–24.99) Unhappy (25–49.99) Happy (50–74.99) และ Very Happy (75–100) ระดับ Happy หมายถึงความสุขตามเป้าหมาย
ผลสำรวจความสุขคนทำงานไทยปี 2564 เป็นอย่างไร?
จากคนทำงาน 22,296 คนใน 365 องค์กร ความสุขภาพรวมอยู่ที่ 61.3 คะแนน ระดับ Happy มิติที่สูงที่สุดคือจิตวิญญาณดี (68.5) และต่ำที่สุดคือสุขภาพเงินดี (52.8) ซึ่งทั้งสองมิติยังอยู่ในระดับ Happy
องค์กรนำผลจาก HAPPINOMETER ไปใช้อย่างไร?
องค์กรใช้ผลเป็นข้อมูลตั้งต้นในการวางแผนพัฒนาคุณภาพชีวิตและความสุขของคนทำงาน เทียบเคียงกับค่าเฉลี่ยระดับประเทศ และติดตามความเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง เพื่อมุ่งสู่องค์กรสุขภาวะอย่างยั่งยืน
อยากรู้ว่าตอนนี้คุณสุขแค่ไหน?
ออกเดินทางไปกับน้องปรอท ตอบไม่กี่นาที ไม่ระบุตัวตน